เหงา

posted on 19 Nov 2009 10:27 by 35000feetaboveground

ร่ายกายป่วย สมองป่วย ความคิดป่วย เลยพาลจะป่วยกันไปเสียหมด ความป่วยมักจะขายคู่กันมากับความเหงา นึกย้อนไปตอนเด็กๆ ครั้งยังตัดผมม้าหน้าเหมือนเเมวจำได้ว่า ครั้งหนึ่งเมื่อนั่งเงียบๆกันสองคน เเม่เคยถามขึ้นมาว่า

 "หนูเหงามั้ยลูก"

 เราจำได้ว่าเงยหน้าไปตอบเเม่อย่าง งงๆ พลางคิดในใจว่า เอาอีกละ เเม่ชอบถามอะไรยากๆเเบบผู้ใหญ่อีกละ

"เหงาเป็นยังไงล่ะคะเเม่..."

 หลังจากนั้นก็จำไม่ได้เเล้วว่าเเม่พูดอะไรต่อ เเต่เเม่มาเล่าให้ฟังทีหลังว่า เห็นเรานั่งเล่นอะไรง่วนอยู่คนเดียว บางทีก็พูดคนเดียวบ้าง เเม่เลยเกิดเป็นห่วงขึ้นมาว่าจะเหงา เเต่พอลูกตอบเเบบนี้เเม่ก็เบาใจ (เเต่ยังมีน้องออกมาให้เป็นเพื่อนเล่นอีกสองคนจนได้ ฮั๊ดช่า....)

จริงๆเเล้วความเหงาไม่ใช่เรื่องน่ารังเกียจเลย เหงาบ้างก็ดี ดีขนาดถึงขั้นเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิตมนุษย์เลยก็ว่าได้ ความเหงาเหมือนการเว้นวรรคในระหว่างตัวอักษร ความเหงาคือการเว้นบรรทัดระหว่างขึ้นย่อหน้าใหม่ เมื่อชีวิตเบียดเสียด เยียดยัด วิ่งเร็ว หมุนเร็ว เราควรจะหาเวลาเหงาบ้าง เผื่อเวลาให้ "พี่เหงา" เค้าได้เเสดงบทบาททำหน้าที่เป็นเพื่อนเราบ้าง

เค้าว่ากันว่า ศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ที่สร้างสรรค์ผลงานบันลือโลกที่ชุ่มโชกด้วยจินตนาการทั้งหลาย มักมีเพื่อนที่ดีที่สุดคือ ความเหงา เหมือนยิ่งเหงา ยิ่งโดดเดี่ยว ยิ่งมีเวลาอยู่กับความคิดตัวเองเยอะเท่าไหร่ ยิ่งเหมือนการเคี่ยวความคิดให้เข้มข้น เหมือนเคี่ยวสตูเนื้อบนหม้อยังไง ยังงั้นเลยทีเดียว